มะเร็งในโพรงจมูก 

เรามักจะรู้จักกับโรคมะเร็งกันอยู่แล้ว  แต่เชื่อว่าอีกหลายคนนั้นไม่รู้ว่าในโพรงจมูกของเรานั้นก็สามารถเป็นโรคมะเร็งได้เหมือนกัน และเป็นที่คนนั้นมักคิดว่าไม่ได้เป็นเพราะว่าอาการเหมือนกับว่าเรานั้นเป็นไข้หวัดธรรมดา  แต่ถ้าเราปล่อยไว้ให้นานและไม่ยอมที่จะรักษาหรือปล่อยให้ลุกลามนั้นซึ่งก็ยากที่จะรักษา

มะเร็งในโพรงจมูกนั้นจะเกิดขึ้นอยู่หลังโพรงจมูกเพราะว่าโพรงจมูกของเรานั้นมีลักษณะเป็นโพรงที่กว้างอยู่ทางด้านหลังของจมูก  และเป็นช่องทางที่ผ่านระหว่างผนังคอ  ซึ่งในช่อนนี้ถ้ามีสารบางอย่างที่ไหลผ่านคอเข้าไปได้ง่ายนั้นเช่น ควันบุหรี่ 

หรือว่าควันพิษต่างๆนั้นหรือว่าเกิดจากสารเคมีที่เรานั้นสูดดมเข้าไปในร่างกายหรืออาจจะเป็นควันต่างๆที่เกิดจากการเผาไหม้ ซึ่งส่งผลให้เรานั้นหายใจไม่ค่อยออก และอาการหลังจากนั้นคือเจ็บคอ  มีอาการเป็นหวัด  ไอและมีน้ำหมูกไหล ซึ่งมักทำให้เรานั้นเข้าใจผิดว่าเรานั้นเป็นหวัด 

การเกิดมะเร็งในโพลงจมูกนั้นระยะแรกนั้นจะมีอาการหูอื้อ ข้างเดียวชาที่บริเวณหน้าบางส่วน  และเริ่มมีก้อนนูนอยู่ตรงต้นคอ  หรือใต้ติ่งหูส่วนนี้เรียกว่าลำคอด้านนอกส่วนบนซึ่งบางครั้งมีเลือดออกที่จมูกและรู้สึกว่าหายใจไม่ออกเพียงข้างเดียว หรือว่าบางครั้งมองอะไรรู้สึกว่าเห็นเป็นภาพซ้อน

โดยที่เรากล่าวมานั้นเป็นอาการเบื้องต้นของอาการมะเร็งในโพลงจมูกซึ่งจะแตกต่างจากการเป็นไข้หวัด แต่ถ้าหากว่าเรามีอาการนอกจากอาการไอ เจ็บคอ และมีน้ำมูกไหล ควรรีบไปหาหมอ  โดยเฉพาะเริ่มมีอาการบวมมากขึ้น  เลือดกำเดาไหลมากขึ้น  หูอื้อมากขึ้น ปวดหู และเกิดอาการติดเชื้อหูชั้นกลาง

วิธีในการรักษานั้นหมอนั้นจะส่องกระจกหรือว่าส่องกล้องเข้าว่าในโพลงจมูกนั้นมีอะไรที่ผิดปกรติถ้าหากพบว่ามีเนื้องอกหรือว่ามีผิวที่ขุขะนั้นหมอนั้นจะทำการรักษาหมอตัดออกมาตรวจให้เรียบร้อย  

ซึ่งผลข้างข้างเคียงหลังจากที่เราฉายแสงมะเร็งในโพรงจมูกนั้น  ผู้ที่รับการรักษานั้นค่อนข้างจะเจ็บคอมาก จึงมักจะให้อาหารในทางกระเพาะอาหาร เพราะก่อนที่จะทำการรักษาหรือว่าฉายแสงนั้นคุณหมอจะให้คนที่ป่วยนั้นทำฟันก่อนการรักษา เพราะหลังจากที่คุณหมอนั้นทำการฉายแสงนั้นจะไม่มีการยุ้งกับคนไข้ที่ฟันคุดเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อ และอักเสบที่กระดูดฟันกรามได้ง่าย 

เราควรสังเกตตัวเองอย่างเสมอ อย่าปล่อยให้ตัวเองนั้นเป็นอะไรที่ลุกลามจนเกินจะแก้ไข  ถ้าเรานั้นรู้ตัวทันท่วงทีเราจะได้รับการรักษาที่ดีและอาจจะหายภายในเวลาไม่นานมากแต่ถ้าเรานั้นปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปนานๆนั้นอาจจะทำให้การรักษานั้นนานกว่าที่จะหาย 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง