รู้สึกว่ามีอาการป่วยโควิด 19 ทำอย่างไรดี ?

โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ 2019 เป็นที่เข้าใจแล้วว่า มีความน่ากลัวขนาดไหน หากพบเจอผู้ที่มีความเสี่ยง ให้หลีกเลี่ยงให้ไว้ และรีบเตือนรีบบอก แบบมีระยะห่างให้เขาไปตรวจ จะให้ดีการงดออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงที่แออัด และเว้นระยะห่างน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

หากรู้สึกว่ามีอาการป่วยโควิด 19 ควรทำอย่างไร ?
หากมีอาการของโรคที่เกิดขึ้นตาม 5 ข้อหลักๆ คือ ไม่สบายมีไข้ เจ็บคอ ไอแห้ง ๆ น้ำมูกไหล และหายใจเหนื่อยหอบ ให้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจทันที และบอกเล่าประวัติการเดิน ชีวิตที่พบเจอมา ให้กับแพทย์ฟังอย่างละเอียด พร้อมทั้งตอบคำถามตามความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบัง ไม่บิดเบือนใด ๆ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องมากที่สุด

ในกรณีเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศทั้งพื้นที่เสี่ยง หรือไม่ก็ตาม ให้อดทนกักตัวเองอยู่แต่ในบ้าน เว้นระยะห่างจากครอบครัว ไม่ออกไปข้างนอกเป็นเวลา 14-27 วัน เพื่อให้ผ่านช่วงเชื้อฟักตัว และทางที่ดี เมื่อกักตัวครบแล้ว ควรเข้ารับการตรวจ เพราะปัจจุบันเชื้อโควิดอาจไม่แสดงอาการ

หากได้สัมผัสพบเจอกับเหตุการณ์ที่คาดว่าเสี่ยง หรือสังเกตตนเองแล้ว พบว่ามีอาการคล้ายจะเป็นโควิด ควรทำอย่างไร
พึ่งกลับจากต่างประเทศที่เสี่ยงติดเชื้อมา และพบว่ามีอาการ สามารถขอตรวจโรคกับทางโรงพยาบาลได้ มีทั้งแบบฟรี และแบบมีค่าใช้จ่าย

เราจะสามารถตรวจเชื้อโควิด-19 ฟรี ได้หากผู้เข้าตรวจตรงตามเกณฑ์เหล่านี้
1. เพิ่งกลับจากการเดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง

2. มีอาการผิดปกติที่ระบบทางเดินหายใจ

3. มีไข้มากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส

4. มีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย ปอดอักเสบอย่างไม่ทราบสาเหตุ

5. มีประวัติใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ เช่น คนในครอบครัวเพิ่งกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

6. ทำอาชีพที่ต้องพบปะชาวต่างชาติจำนวนมาก เช่น คนขับแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ ลูกเรือสายการบิน เป็นต้น

 

ตำแหน่งของสิวบอกอะไร ?

สิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของเรานั้นล้วนมีสาเหตุอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ ฮอร์โมน และสิ่งต่าง ๆ และสิวที่ขึ้นในแต่ละตำแหน่งนั้นก็สามารถบอกได้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ซึ่งในบางตำแหน่งอาจเกิดขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้ร่างกายของเรารับรู้ได้ถึงโรคหรือความผิดปกติบางอย่างของร่างกายได้

หากมีสิวขึ้นที่บริเวณหน้าผากไม่ว่าจะเป็นด้านซ้ายหรือด้านขวา นั่นหมายถึงร่างกายของเรากำลังมีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับระบบของการย่อยอาหาร และระบบการขับถ่ายของเสีย ดังนั้นหากเริ่มมีสิวขึ้นที่บริเวณนี้ควรแก้ไขโดยการ รับประทานผัก และผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อให้ระบบการย่อยอาหาร และระบบการขับถ่ายทำงานได้อย่างดีขึ้น 

สิวบริเวณกลางหน้าผากหรืออยู่กึ่งกลางระหว่างหัวคิ้วทั้งสองข้าง แสดงว่าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับตับ อาจจะมาจากการรับประทานอาหารที่มีรสจัดมากเกินไป และรับประทานอาหารในช่วงหลัง 19.00 น. ขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ควรรับประทานอาหารแล้ว หากรับประทานอาหารในช่วงนี้ก็จะทำให้เกิดสิวในบริเวณดังกล่าวได้ เพราะส่งผลต่อระบบของการย่อยอาหารภายในกระเพาะอาหาร

สิวนั้นก็สามารถเกิดขึ้นที่หูได้เช่นกัน แต่หากคุณมีสิวขึ้นที่บริเวณข้างในหูหรือบริเวณใบหู นั่นอาจจะมาจากการที่คุณดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มากจนเกินไป ไตของคุณจึงทำงานหนักในการกรองของเสียออกมา จึงทำให้เกิดสิวขึ้นในบริเวณนี้ได้ และการใช้โทรศัพท์มือถือก็มีส่วนทำให้เกิดสิวบริเวณใบหูได้เช่นกัน หากมีการใช้โดยไม่รักษาความสะอาด

สิวที่ขึ้นบริเวณแก้มไม่ว่าจะข้างใดก็ตาม สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวในบริเวณนี้นั้นมาจากปัญหาในเรื่องของระบบทางเดินหายใจ โดยส่วนใหญ่แล้วในผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคภูมิแพ้มักจะมีสิวขึ้นในบริเวณนี้บ่อยครั้ง เพราะมักจะมีปัญหาในเรื่องของระบบการหายใจ หรือหากเรามีปัญหาภายในช่องปากก็อาจส่งผลทำให้เกิดสิวที่บริเวณแก้มได้เช่นกัน

สิวบริเวณรอบดวงตาทั้งสองข้าง โดยส่วนใหญ่มักพบมากกับคนที่ใส่แว่นเป็นประจำ บริเวณรอบดวงตาจึงเกิดสิวขึ้นได้ง่ายกว่าคนทั่วไป หรือหากเกิดในผู้ที่ไม่ได้ใส่แว่น นั่นอาจจะมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดสิวขึ้นในบริเวณนี้ขึ้นได้ ทั้งนี้คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ นอกจากจะมีสิวขึ้นที่แก้มทั้งสองข้างบ่อยครั้งแล้ว บริเวณรอบดวงตาเองก็มักจะเป็นด้วยเช่นกัน

สิวบริเวณจมูก และริมฝีปากด้านบน สิวที่บริเวณนี้มักจะขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนของผู้หญิง จึงเป็นสิ่งปกติที่จะเกิดสิวขึ้นที่บริเวณนี้ แต่โดยส่วนใหญ่ผู้คนทั่วไปมักจะไม่ค่อยชอบเพราะเป็นตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัด หากเป็นในผู้ชายนั้นอาจจะมาจากการที่ฮอร์โมนเพศทำงานผิดปกติ หรืออาจเกิดจากอาการของความดันโลหิตสูงก็เป็นได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

บุหรี่มีโทษรุนแรง ถ้าสูบใกล้คนอื่น ถือเป็นบุหรี่มือสอง

เรื่องนี้ก็มีกระแสถกเถียงกันมานานแล้วว่า เหล่าผู้ที่ได้รับควัน บุหรี่ไฟฟ้า จากผู้อื่น โดยที่ตัวเองนั้นไม่ได้สูบบุหรี่แต่อย่างใดนั้น จะมีโทษมากกว่าคนสูบจริงๆหรือ ซึ่งตัวผมเองก็สงสัยมานานแล้วเหมือนกันว่า มันจะอันตรายกว่าผู้สูบได้อย่างไรกัน

สุขภาพของผู้สูบคงพังลงอย่างรวดเร็วกว่าคนไม่สูบสิ ตามหลักแล้ว เอาจริงๆแล้วก็ไม่ได้เถียงเลยว่ามันจะไม่เกิดอันตรายกับคนที่สูดดมควันบุหรี่โดยตัวเองไม่ได้สูบ เพราะก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆสำหรับผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่แล้วอยู่ใกล้ผู้สูบ จนได้รับผลกระทบเป็นโรคร้ายแรงต่างๆ

ซึ่งเรื่องนี้สุดท้ายแล้วก็มีนายแพทย์ที่ออกมาพิสูจน์ให้รู้กันแล้วล่ะ

เรื่องของควันบุหรี่นั้นมีสารพิษที่มากมายเหลือเกิน แล้วสารพิษที่ทั้งเข้าร้างกายผู้สูบและสารพิษที่ลอยออกมาจากการหายใจออกและก็ควันจากหัวบุหรี่นั้น ต่างก็มีสารพิษที่พอๆกันเลย ไม่ได้ลดหย่อนลงไปแต่อย่างใด ดังนั้นแล้ว ก็จะจบประเด็นควันบุหรี่ มือหนึ่งมือสองมือสามได้แล้วล่ะ ว่า ในควันนั้นใครได้สูดก็ได้รับสารพิษเหมือนๆกัน แต่ว่าในการวิจัยนั้นกลับมีผลออกมา ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแง่คิดกันเลยทีเดีว

เพราะว่าผลนั้นบอกว่าว่า ควันที่เกิดจากปลายหัวบุหรี่นั้นที่ลอยออกมาเข้าไปยังปอดของคนรอบข้างเป็นควันที่มีความหนาแน่นของสารพิษมากกว่าเป็นสิบเท่าของคนที่สูบเข้าไปผ่านก้นกรองเสียอีก อ่า เอาแล้วไง นั้นก็พอเข้าใจได้นะ ว่าคนสูบสูบบุหรี่ผ่านก้นกรอก แต่คนที่ได้รับควันจากหัวบุหรี่นั้นคือคนรอบๆเรา แล้วนั้นก็เป็นสาเหตุของสารพิษที่มากกว่า

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ได้วิจัยต่อไปว่า ผู้ที่ได้รับสารพิษมือสองแล้วเกิดผลมากที่สุดนั่นก็คือพวกเด็กและสาวตั้งครรภ์นั่งเอง พวกเด็กก็คงเป็นที่รู้กันว่าภูมิต้านทานนั้นยังมีน้อย แถมระบบอะไรก็ทำงานได้อย่างรวดเร็วเต็มประสิทธิภาพ ถ้าเด็กได้รับสารเข้าไป นิโคตินจะวิ่งขึ้นสมองอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วิ แล้วมันจะไปทำลายการพัฒนาการของสมองเด็กโดยตรงเลย สำหรับพวกสาวตั้งครรภ์ สารพิษก็เป็นส่วนทำให้แท้งได้

หรือครรภ์เป็นพิษนั่นเอง และถ้าคลอดออกมาสำเร็จก็อาจเป็นเด็กที่มีพัฒนาการทางสมองช้าและพวกร่างกายก็อาจผิดปกติอีกด้วย ไม่ใช่ว่าบุคคลทั่วไปจะไม่ได้รับผลนะ ก็ได้รับผลที่มากกว่าคนสูบ สองถึงสามเท่านั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจหรือมะเร็ง แล้วก็โรคอื่นๆที่เคยทรบกันมาแล้ว

ดังนั้นแล้วใครคิดจะสูบบุหรี่ก็ควรคิดไตร่ตรองให้ดี และเลือกพื้นที่สูบให้ดี อย่าให้มันอยู่ใกล้คนอื่นไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ ถือเป็นความรับผิดชอบทางสังคม

มะเร็งค่อยมาช้าขึ้นเรี่อยๆ หนึ่งในข้อดีของการเลิกบุหรี่

มะเร็งคนนี้ที่เกิดมาขึ้นกับบุหรี่มาตลอดการ แม้สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ไม่สูบด้วยเหมือนกันก็ตาม เพราะว่ามะเร็งนั้นเป็นอะไรที่เหมือนเซลร้ายที่ไปเคาะหน้าบ้านทุกคนได้อย่างน่าตกใจทีเดียว ครอบครัวไหนที่ไม่มีใครเป็น นั้นก็เป็นอะไรที่โชคดีมากๆเลยนะ

เพราะว่าเมื่อมีคนที่เป็นมะเร็งในบ้านเมื่อไหร่ละก็ ต้องกลัวมากๆในการที่โรคนี้จะติดไปตามกรรมพันธุ์แล้วล่ะ ซึ่งมันถือเป็นความโหดร้ายที่สุดของโรคนี้เลยก็ว่าได้ ที่มันวิ่งไปตามกรรมพันธุ์ได้ด้วย ทำให้คนดีๆที่ไม่ควรเป็น กลับต้องมาเสี่ยงเป็นกับโรคร้ายนี้ได้ทุกคน อย่างว่าแหละนะ มันคือมหันตภัยร้ายของมนุษยชาติเลย และใครก็ไม่ได้อยากให้มันมาเกิดกับตัว แต่รู้ไหมที่ตลกคือ เจ้าบุหรี่ตัวร้ายเป็นอันดับแรกๆของโลกใบนี้ที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งแสนน่ารักเกียจนี้ได้

โรคมะเร็งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเซลล์ในร่างกายที่เปลี่ยนจะเซลล์ดีกลายเป็นเซลล์ร้าย ซึ่งต้องบอกเลยว่า เซลล์ที่มันจะเปลี่ยนแปลงไปได้ ก็เพราะว่าเกิดการสะสมของสารที่ไม่ดีกับร่างกายอยู่นานๆ แล้วบุหรี่นี่ก็เป็นการนำสารที่ทำให้เกิดเป็นเซลล์มะเร็งได้นับร้อยชนิดเข้ามาในร่างกายนั่นเอง แล้วเมื่อสะสมไปนานๆ ก็คงต้องบอกว่าโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

โดยที่ส่วนที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือปอดที่มีถุงลมมากมายที่กักเก็บสารเหล่านั้นไว้ในร่างกาย แล้วมันก็ถูกสัมผัสกับเซลล์โดยตรงที่ถุงลมต่างๆ แล้วก็ไม่อยากจะพูดให้เสียขวัญกัน แต่เจ้าถุงลมพวกนี้ที่กักเอาสารและเขม่าจากควัน  บุหรี่ไฟฟ้า  มาเก็บไว้นั้น มันไม่ได้มีทางออกนะ คือมันจะอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ แล้วก็เป็นเหตุที่ทำให้มะเร็งจะมีโอกาศเกิดขึ้นได้เสมอกับคนที่สูบบุหรี่อยู่หรือ เลิกบุหรี่ไปแล้ว แต่ก็อย่างที่บอก มันไม่ได้หายไปไหนถ้าเลิกบุหรี่ เพียงแต่มันจะไม่เพิ่มขึ้นมา แล้วก็เพิ่มโอกาศเสี่ยงเรื่อยๆ

แต่ทำไมถึงบอกว่ามะเร็งจะมาช้าลงๆได้ล่ะ ต้องบอกว่าสารต่างๆที่สะสมอยู่ในถุงลมนั้นไม่ใช่ว่ามันไม่อันตราย แต่ถ้าระยะเวลามันยังไม่ทำให้เป็น แล้วเราก็ไม่ได้สูบเพิ่มเข้าไป นั้นจะทำให้สารและเขม่าในถุงลมนั้นค่อยๆลดความอันตรายลงเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ใช่ไม่อันตรายนะ เพียงแต่มันลดลงได้บ้าง ซึ่งมีวิธีอะไรต่างๆมากมายที่บอกว่ามันจะช่วยให้มันลดลงจากปอด แต่มันก็เป็นการรักษาทางเลือกที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าช่วยได้จริงๆ

รีวิว Yamaha R6 ทำไมถึงแพงที่สุดในคลาส 600cc

ความละเอียดในการปรับระดับที่สูงมากๆ ก็สไตส์รถสปอร์ทสายเซอร์กิตแหละ โช๊คหลังวางตรงกลางนะครับวางแบบทิ้งดิ่งเลยเป็นคอยล์สปริงกึ่งน้ำมันนะครับ

ก็คือมีซับแท๊งค์อยู่ด้านหลังนะครับแล้วช่วงล่างผมก็ชอบนะวิ่งโซน กาญจนาถนนที่ต้องใช้คำว่าไม่เรียบแต่ก็ไม่ได้ว่าแบบอารมณ์อ๊อฟโล้ดนะครับ ตัวนี้ซับแรงกระแทกได้ดีจริงๆ ผมว่าสไตร์ R1 ในตัวก่อนปี 14 น่ะยังรู้สึกว่ามันกระด้างกว่านี้นิดนึงนะครับ ถนนต้องเรียบจริงๆถึงจะขี่มันนะครับ แต่ตอนนี้มันจะปรับให้ใช้กับท้องถนนได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแบบที่ผมบอกนะครับ

มันสามารถปรับได้หมดแต่ค่าดีฟอลด์ที่มาจากโรงงานหรือว่าทำได้ดีกับชีวิตประจำวันได้จริงๆคือถ้าเราใช้บนท้องถนนธรรมดาก็ไม่ตอบไปปรับมันแล้วล่ะ ตอนนี้โอเคแล้วแต่ถ้าจะให้วิ่งในสนามอาจจะต้องปรับช่วยมันนิดนึงนะครับ ระบบเบรคปั้มดาวเห็นตั้งแต่ R1 ช่วงประมาณปี 2000ละ

มันก็ยังเป็นปั๊มดาวแล้วก็ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปใช้เมมโบ้หรืออะไรนะครับ ส่วนหลังจะเป็นนิสชินพอร์ทเดียว จะเป็นพอร์ทเดียวนะครับหน้าเป็น 4 พอร์ทปกติวางแบบเรเดียลเมาท์นะครับระดับนี้มันต้องเรเดียลเมาท์อยู่แล้วล่ะ ในคลาส 600 ของค่ายอื่นเป็น Excel นะครับ

เพราะว่ายังเป็นสไตร์ของรถสปอร์ททัวริ่ง มาดูกันที่ดีไซน์นะครับอยากจะบอกว่าดีไซน์เป็นอะไรที่เจ็บมากๆ สวยมามากๆผมว่าส่วนตัวความคิดเห็นนะครับเต็ม 10 ผมให้ 10 เลยแล้วกันให้ 10 เลยแล้วกันนะครับยังไงสปอร์ทตัว 1000 ในค่ายอื่นนะครับ

ส่วนตัวแล้วก็มุมมองๆของผมเองนะครับรู้สึกว่ายังสวยสู้ตัวนี้ไม่ได้ R1 นี่ก็เป็นดีไซต์ที่คล้ายกันนะครับแต่ต้องใช้คำว่าไม่ว่าจะเป็นช่วงท้ายแต่ช่วงข้างหรือช่วงหน้ามันเจ็บจริงๆนะครับ โดยเฉพาะไฟหน้านะครับ บางคนทักว่าเป็นปลากระเบนมี Daylight เป็นแอลอีดีนะครับอยู่ด้านหน้า 2 เส้นแล้วก็แบ่งแยกชัดเจนนะครับสูงต่ำ ฝั่งนึงไฟสูงฝั่งนึงไฟต่ำนะครับ ไฟเลี้ยวเป็น LED ติดอยู่ที่กระจกนะครับ แต่บางคนถอดไฟเลี้ยวออกก็ทำไฟเลี้ยวหาย ซึ่งดีไซร์ไม่ต้องคุย ใช้คำว่าเจ็บจริงๆ นอกนั้นโดยรวมก็จะยังคงคล้ายกับรถสปอร์ตทั่วไปนะครับ

ไม่ต้องคุยแล้วล่ะเห็นแค่รูปก็รู้หรอกว่ามันสวยนะครับคำว่า R6 มันก็ขลังแล้วล่ะหรือว่าเป็นรถที่มาแรงในช่วงนี้ บางคนบอกว่าราคามันแรงไปนิดนึง แต่ก็อย่างที่ผมบอกนะครับกรณีรถใหม่ รถใหม่เนี่ยไม่ต้องคุยมันแบ่งแยกชัดเจนอยู่แล้วล่ะว่า R1 R6 หรือตัว 1000 กับตัวนี้นะครับต่างกัน 2-3แสนอยู่แล้ว ถ้างบถึงก็เล่น R1 ไปเลยจบ แต่ในโจทที่บางคนบอกรถมือสอง ในราคามือสอง 4 แสนกว่าบาทมันมีตัวเทียบเยอะนะครับ

เมื่อเทียบกับตัว 1000ปีลึกกว่านั้นนิดนึง อ๊อฟชั่นมันก็จะต่างกันเล็กๆน้อยๆแหละ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคลิปนี้มันอาจจะยาวไป เดี๋ยวผมแบ่งไปทำคลิปหน้านะฝากติดตามกันเดี๋ยวผมเอาให้ดูเลยดีกว่าว่าเมื่อเทียบกับตัวที่ใกล้เคียงที่สุดทำให้คนคิดมากที่สุดนะครับตัวนี้ Yamaha YZF R6 รถไม่กี่เดือนกับ Yamaha YZF R1 ที่ใช้คำว่าเป็นรถ ปี 14 ลงไปละกัน 4-5 ปีละ อ๊อฟชั่นคล้ายกันราคาเท่ากันเล่นตัวไหนดีแล้วก็ติดตามในคลิปหน้านะครับแต่คลิปนี้พามาดูคันนี้ก่อนเดี๋ยวมันจะยาวไปนี้น่าจะ 20 นาทีครึ่งชั่วโมงได้นะครับ

แต่อย่างที่ผมบอกนะครับในคนที่ไม่เคยลองเล่นอารมณ์อยากมันต้องการแรงดึงโหดๆ เพราะว่ามันน่ะมันอารมณ์แบบเขาเรียกว่าอะไรอ่ะ จะมาอย่างเดียว จะยกอย่างเดียวเล่นตัว 1000 ไปเลยถ้าไม่แคร์เรื่องงบนะครับ แต่ในกรณีที่อยากใช้คำว่ารถขับสนุกแล้วกันขับสนุกนะครับ ไม่รู้จะเปรียบเทียบให้ฟังไงต้องลองขี่เองถึงจะรู้ ส่วนตัวผมเองอย่างที่บอกนะครับ ขี่โชว์ตัว 1000 ผมเอาคันนี้มันสนุกแล้วมันตอบโจทย์การถนนเมืองไทยมากกว่านะครับ

แล้วแต่ความคิดคนชอบนะครับ ว่ามันไม่เหมือนกันมันไม่เหมือนจริงๆถ้าเปรียบเทียบจะให้เปรียบเทียบยังไงดีล่ะอารมณ์รถยนต์นะครับ ทำไมมีของ Honda เครื่อง 1,800 cc หรือว่า 1,600 หรือ 2,000 ทำไมมันแพงกว่าพวกอารมณ์รถเทอร์โบของค่ายอื่นนะครับทั้งที่ค่ายอื่นแรงม้าเยอะกว่าเขาเป็นร้อยตัว มันเป็นฟิลลิ่งที่ต่างกัน ไม่แรงหวือหวาแต่เป็นรถที่ขับสนุกทิ้งท้ายไว้เท่านี้กับ Yamaha YZF R6 นะครับโอเคคลิปนี้ยืดเยื้อไม่รู้จะดูตรงนี้แล้วกันนะครับ

แล้วถ้าใครดูจบแล้วก็บอกผมหน่อยอยากเช็คนิดนึงว่าทำคลิปยาวๆแล้วคนจะชอบดูกันหรือเปล่านะครับ วันนี้เรื่องราวโดยประมาณอยากทราบราคาคันนี้อยู่ที่หน้าเว็บไซต์ได้แต่บางทีเขาอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้วันนี้ยังอยู่พรุ่งนี้อาจจะไม่อยู่ก็ได้นะครับลูกค้าเข้าออกทุกวันแต่ก็อาจจะมีรถเข้ามาเรื่อยๆ ทำคลิปใหม่ลงเป็นประจำฝากติดตามกันด้วยนะวันนี้ผมขออนุญาตเท่านี้ก่อนวันหน้ามีเรื่องราวดีๆมาอัพเดทให้เรื่อยๆเหมือนเคยนะครับขอบคุณมากครับสวัสดีครับ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บิ๊กไบค์มือสอง

หูตึงเป็นโรคติดต่อหรือไม่?

ช่วงนี้โรคระบาดเยอะ หลายคนตื่นกลัวเป็นจำนวนมาก คำจำกัดความของโรคติดต่อนั้น สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางสารคัดหลั่ง หรือจากพันธุกรรมต่างๆ ซึ่งอาการปกติทางการได้ยินนั้น ไม่สามารถติดต่อได้ แต่เด็กบางคนมีความเสี่ยงที่จะหูหนวกได้ ถ้าในระหว่างตั้งครรภ์ เกิดติดเชื้อหัดเยอรมัน หรือในระหว่างนั้นมีการใช้ยาผิดประเภทจนไปทำลายระบบประสาทการได้ยิน ก็มีผลทำให้เด็กเกิดมาเป็นโรคหูหนวก หรือหูดับได้ 

การรักษาไม่สามารถทำให้หายขาดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถช่วยบรรเทาให้ผู้ป่วย สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น สะดวกมากขึ้น ซึ่งถึงแม้ว่าอาการหูตึง หูหนวก หรือหูดับ จะไม่ใช่โรคติดต่อ แต่สามารถเกิดได้กับทุกคน และทุกเพศทุกวัน ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอายุก่อนถึงจะเสี่ยงหูตึง ปัจจุบันวัยรุ่น วัยทำงาน ก็เป็นโรคนี้ได้ ถ้าไปอยู่ในที่เสี่ยง เช่นที่เสียงดังเกินกว่า 80 เดซิเบล ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ 

โดยตามปกติแล้ว คนที่ป่วยด้วยโรคนี้จะมีอาการผิดปกติมาตั้งแต่เกิด จะสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายกว่ากว่าคนที่เพิ่งมาเป็น เพราะความคุ้นเคยและปรับตัวได้ จึงไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับคนที่เพิ่งมาเป็นด้วยปัจจัยต่างๆ จะมีอาการเครียด และไม่สามารถใช้ชีวิตได้แบบราบรื่น อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกมาก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถดำเนินชีวิตได้เลย 

การดูแลตัวเองเมื่อรู้ว่ามีอาการผิดปกติทางการได้ยิน จะต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ได้ตรวจรักษาอย่างถูกวิธี และเราเองในฐานะที่เป็นผู้ป่วย จำเป็นอย่างมากที่จะต้องปฏิบัติตามที่แพทย์สั่ง เพราะจะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น  

และถึงแม้เราจะทราบดีว่าอาการหูตึงนั้นไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะติดโรคหัดเยอรมันจากแม่สู่ลูก ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่แม่ต้องฝากครรภ์และพบแพทย์อยู่เป็นประจำ ซึ่งในความเป็นจริงเมื่อแม่เป็นไข้หัดเยอรมัน จะไม่มีผลกระทบรุนแรงอะไรกับแม่มากนัก แต่ที่รับผลกระทบเต็มๆ คือทารกในครรภ์ เพราะมีความเสี่ยงที่เด็กจะผิดปกติในระหว่างนั้น ยิ่งถ้าอยู่ในระยะประมาณ 3 เดือนแรก เด็กอาจมีปัญหาทางการได้ยิน หัวใจพิการ หรือตาเป็นต้อได้เลย จึงบอกได้ว่าหัดเยอรมันนั้นเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์มากๆ 

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น จะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกัน วางแผนการตั้งครรภ์ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน การออกไปข้างนอกควรสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการรับเชื้อที่อยู่ในอากาศ เพราะเชื้อหัดเยอรมันนี้ สามารถแพร่กระจายได้ในอากาศ เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีระยะฝักเชื้ออยู่ที่ 7 วัน และเริ่มมีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยตามตัว และจบที่การออกผื่นตามตัว 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

เลือดก็ต้องการสารอาหารนะ

คุณเคยเป็นลม หน้ามืด เวียนหัวเหมือนโลกหมุนหรือไม่ คุณเคยสังเกตตัวเองหรือไม่ว่ามักจะมีอาการเหล่านี้เวลาที่รู้สึกเหนื่อย หรือเวลาที่อยู่ในสถานที่ที่แดดร้อน แออด นั้นเป็นเพราะคุณขาดออกซิเจนที่จะทำให้เลือดหยุดทำงานและไม่สามารถนำไปเลี้ยงสมองได้ทัน อาการเหล่านี้จึงเกิดขึ้น และนอกจากในกลุ่มของคนที่เป็นอาการเหล่านี้ในคนปกติแล้ว

ในกลุ่มคนที่โรคโลหิตจากก็มักจะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดได้แล้วว่าคุณมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง เพราะฉะนั้นแล้วคุณต้องดูแลตัวเองโดยเริ่มจากการดูแลจากข้างในร่างกายก่อน นั้นก็คือการทานอาหารที่ประโยชน์ที่จะเข้าไปช่วยบำรุงเลือดในร่างกายให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะโลหิตจาง ในบทความเราจะนำอาหารที่สำคัญต่อเลือดให้ทุกคนได้ติดตามกัน

ถ้าอยากรู้กันแล้วไปดูเลยว่ามีอะไรบ้าง

  • เลือดสัตว์ ตับสัตว์ และเนื้อสัตว์ต่างๆ

เพราะในแหล่งอาหารเหล่านี้นั้นมีจะธาตุเหล็กสูงมาก โดยธาตุเหล็กนี้จะช่วยในการบำรุงเลือดได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะธาตุเหล็กที่มาจากสัตว์ จะทำให้ลำไส้ดูดซึมไปใช้ได้มากกว่าธาตุเหล็กที่มาอาหารจำนวนพืช

  • ผัก ยิ่งโดยเฉพาะผักใบเขียวนั้นแหละยิ่งดี ซึ่งเป็นผักที่ใครๆต่างก็ไม่ชอบเพราะความเหม็นเขียวของมัน แต่นี่แหละที่มีประโยชน์ ถึงว่าผักจะมีธาตุเหล็กไม่เท่ากับเนื้อสัตว์ก็ตาม แต่เราควรไว้เมื่อร่างกายเรานั้นเข้าสู่ช่วงภาวะของการขาดธาตุเหล็ก ผักใบเขียวที่อยากแนะนำให้ทานเป็นพิเศษในการช่วยบำรุงเลือดได้แก่ ผักบุ้ง ผักคะน้า บล็อกโคลี่ ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง
  • ไข่ ไม่ว่าจะเป็นไข่เป็ดหรือไข่ไก่ก็สามารถทานได้หมด เพราะในไข่ไก่นั้นอุดมไปด้วยสารอาการที่จำเป็นต่อร่างกายหลายอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่ในไข่จะมีแหล่งอาหารจำพวกโปรตีนอยู่มาก และก็ธาตุเหล็กสารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงเลือดด้วยเช่นกัน
  • ธัญพืชต่างๆ ในพวกถั่วนั้นมีธาตุเหล็กอย่าง ถั่วแดง ถั่วดำ อัลมอนด์ รวมไปถึงข้าวโอ๊ต และจมูกข้าวสาลี ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูงช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้ร่างกายนั้นแข็งแรง ในส่วนของธาตุเหล็กที่มีอยู่นั้นจะช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง และช่วยบำรุงเลือดอีกด้วย
  • อาหารทะเล อย่างพวกปลา กุ้ง ปลาหมึก ปู นั้นอุดมไปด้วยด้วยโปรตีน และแร่ธาตุต่างๆอีมากมาย รวมไปถึงธาตุเหล็กที่ทุกคนคงทราบแล้วว่ามันมีส่วนช่วยในการบำรุงเลือดได้ดี แต่ต้องขอเตือนก่อนว่าอาหารทะเลนั้นควรทานในปริมาณที่เหมาะสม เพราะในอาหารทะเลนั้นมีคอเลสเตอรอลที่สูงมาก หากทานในปริมาณที่เยอะเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกายแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม

สิ่งที่ทำร้ายร่างกายเทียบเท่าการสูบบุหรี่


ใครๆ ก็รู้ว่าดูดบุหรี่แล้วทำให้ร่างกายพังทลายไปครั้งละนิดละหน่อยสะสมไปเรื่อยๆ ไม่ได้แสดงอาการออกมา ถึงแม้ไม่ได้รู้สึก หรือมีอะไรมาทำให้เรารู้ว่านี่มันคือ อันตรายนะ แต่ยังมีอีกหลายพฤติกรรมที่ก่อให้ร่างของเราพังทลายได้ไม่แพ้ดูดบุหรี่เลยล่ะ

1. สนิทสนมกับผู้ที่ดูดบุหรี่ตลอดระยะเวลา (ใกล้ชิด)

ไม่แปลกถ้าคุณจะมีคนรักที่ดูดบุหรี่ แต่ว่าจะแปลกมากถ้าคุณไม่ดูดบุหรี่ด้วย แต่ว่าอยู่กับเขาตลอด ซึ่งจำเป็นต้องสูดกลิ่นเอาควันของบุหรี่ที่พวกเรามิได้ดูดเข้าไปด้วย คุณทราบหรือไม่ว่า การสูดดมเอาควันที่เกิดจากบุหรี่ที่เข้าปอดเขาไปแล้ว กลับเข้าไปในปอดของพวกเราอีกที (หรือที่เรียกว่า Secondhand Smoking หรือ Passive Smoking เป็นการสูบยาสูบมือสอง) อันตรายกว่าคนดูดเองเสียอีก ด้วยเหตุว่าเป็นการดูดเอาควันเข้าปอดเข้าไปลึกๆ โดยไม่มีการพ่นควันออกมาอีกที บางทีอาจเสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจ โรคมะเร็งปอด แล้วก็โรคมะเร็งเต้านมได้

2. รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง และไม่บริหารร่างกาย

ง่ายๆ สั้นๆ เพียงเท่านี้ ที่จะทำให้ท่านอายุสั้น พบเจอโรคร้ายๆ ได้ไม่แพ้การสูบยาสูบ หากคุณโซ้ยข้าวขาหมูมันย่องวันแล้ววันเล่า ไก่ทอดลูกชิ้นทอดทุกบ่าย บุฟเฟ่ต์เนื้อย่าง หมูย่างทุกเย็น แล้วไม่บริหารร่างกายเลย คุณก็กำลังเสี่ยงโรคไขมันอุดตันเส้นโลหิต เส้นโลหิตหัวใจตีบ อย่างกับผู้ที่ดูดบุหรี่ได้แบบเดียวกัน

3. กินอาหารไม่ตามกำหนดไม่ตรวงเวลา

การรับประทานอาหารไม่ตามเวลา เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของโรคกรดไหลย้อน รวมทั้งโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ที่สามารถเป็นกันได้ทุกเพศทุกวัย โดยยิ่งไปกว่านั้นวัยศึกษา รวมทั้งวัยทำงาน โดยผู้ที่ดูดบุหรี่อาจมีการเสี่ยงที่จะมีปัญหาหูรูดระหว่างกระเพาะ แล้วหลอดของกินหย่อนยาน ก็เลยทำให้กรดในกระเพาะไหลออกมาตามหลอดของกิน จนกระทั่งทำให้อักเสบ หรือเกิดลักษณะของการปวดแสบปวดร้อน แม้กระนั้นถ้าเกิดคุณรับประทานอาหารไม่ทันเวลาเสมอๆ บางทีคุณอาจเป็นโรคกรดไหลย้อนได้เหมือนกัน

4. เครียดจัด พักผ่อนไม่พอ

ความเคร่งเครียดนี่แหละที่ฆ่าพวกเราได้ไม่แพ้ยาสูบ ด้วยเหตุว่าแม้จิตใจของคุณเครียด สมองไม่แจ่มใส บางทีอาจเป็นต้นเหตุ หรือสิ่งกระตุ้นโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ นับสิบ ไล่ไปตั้งแต่โรคเส้นโลหิตในสมอง โรคหัวใจ โรคกระเพาะ ไมเกรน อัมพาต ภาวะความดันโลหิตสูง อ้วน นอนไม่หลับ ไปจนกระทั่งโรคประสาทได้เช่นกัน ดีไม่ดีถ้าหากเครียดจัดแล้วดูดบุหรี่หนักอีกด้วย คงจะไปกันใหญ่แน่ๆ

5. ดื่มแอลกอฮอล์จัด

นอกเหนือจากยาสูบที่เป็นต้นเหตุของโรคต่างๆ แล้ว สิ่งที่คู่กันมาทุกคราว ก็คือแอลกอฮอล์นั่นเอง ไม่ว่าจะตับ ไต ไส้ พุง ทุกสิ่งทุกอย่าง แอลกอฮอล์ทำลายได้หมด ร้ายยิ่งกว่านั้น ถ้าหากคุณเป็นขาประจำงานเลี้ยง สิ่งที่คุณจะหลีกเลี่ยงเกือบจะมิได้ ก็คือควันที่เกิดจากบุหรี่นั่นเอง ถึงคุณจะมิได้สูบ คุณก็อาจจะเข้าเกณฑ์คนที่ได้รับผลพวงจากควันจากบุหรี่มือสอง (ตามข้อ 1 ) ได้อีกด้วย

วิธีการใช้หูฟังให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงเป็นคนหูหนวก

สมาร์ทโฟนส่วยนใหญ่มักจะมีแอพพลิกเคชั่นต่างๆให้เลือกใช้ และหนึ่งในนั้นก็มีแอพฟังเพลง ดูหนัง ต่างๆที่คนเรามักจะเปิดใช้หรือดูในเวลาต่างๆยามวางที่เวลาที่รอรถ วึ่งการใช้แอพต่างๆในกลุ่มชนส่วนใหญ่นั้น

จะให้เป็นการใช้ที่มีมารยาทในการใช้ก็ต้องอาศัยหูฟัง เพื่อเสียงจะเป็นไม่ไปรบกวนกับคนอื่นๆหรือรบกวนกับบุคคลรอบข้าง แต่หากมีการฟังมากเกินไปก็อาจจะต้องใช้ เครื่องช่วยฟัง ในภายภาคหน้าได้เช่นกัน

ซึ่งหลักการใช้หูฟังนั้นเป็นเรื่องที่ดีแต่การที่เราใช้มากเกินไปก็มีผลเสียให้แก่หูของเราเช่นกัน เนื่องจากการรับฟังความดังเป็นเวลานานๆอาจก่อให้เกิดผลเสียกับหูของเราโดยตรง แต่หากเรามีวิธีใช้หูฟังให้ถูกต้องเราก็จะไม่เสี่ยนงเป็นโรคต่างๆที่เกี่ยวข้องกับหูหรือการได้ยิน

การเลือกหูฟังให้เหมาะสมกับความต้องการเพื่อเป็นการลดอัตราการเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมา

หูฟังที่เราใช้กันตามท้องตลาดที่มีให้เลือกสรรนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ซึ่งเราจะพูดถึงข้อดีของหูฟังแต่ละชนิด และข้อเสียของมัน ดังนั้นหากผู้ต้องการใช้หูฟังมีความต้องการใช้ก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการโดยการพิจารณาดังต่อไปนี้

หูฟังที่มีลักษณะแบบครอบหู 

หูฟังรุ่นนี้เป็นหูฟังที่มีลักษณะเป็นรูปแบบที่มีการครอบหู ซึ่งรุ่นนี้สามารถฟังเสียงได้อย่างชัดเจน แต่ว่าระดับเสียงของมันนั้นก็มีความดังที่เกินความจำเป็นหรือเกินที่หูของเรามีความต้องการ ด้วยความที่มีลักษณะใหญ่นี้จึงทำให้มันฟังเสียงได้ชัดเจนกว่ารุ่นอื่นๆ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถพกพาไปไหนๆได้สะดวก เพราะความใหญ่ของมันเลยค่อนข้างมีปัญหาในการพกติดตัวนั่นเอง

หูฟังรุ่นนี้เป็นแนวเอียร์บัด 

การใช้หูฟังในรุ่นนี้เป็นการใช้เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งข้อเสียของมันนั้นก็คือไม่สามารถเปิดกลบเสียงที่อยู่รอบข้างได้ เพราะหากมีการเปิดที่ดังจนเกินไป หูของเราก็จะมีการรับเสียงที่ดังเกินความต้องการอีกด้วย

ซึ่งเป็นสาเหตุให้เราเกิดการอักเสบของหูหรือหูหนวกได้ง่ายกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ แต่ข้อดีของมันก็มีไม่น้อยเช่นกัน เพราะในขณะที่มันมีขนาดที่เล็กนั้น มันก็สามารถพกติดตัวไปไหนก็ได้ตามความต้องการ เพราะสามารถพกพาได้ง่ายกว่ารุ่นก่อนหน้านี้มาก และรุ่นนี้ก็นิยมนำมาใช้เยอะกว่ารุ่นอื่นๆอีกด้วย

หูฟังรุ่นนี้เป็นลักษณะที่ต้องใช้ในการเสียบหู 

เพราะรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ใส่ไว้ในหู มีลักษณะที่เล็กกว่าในรุ่นอื่นๆแถมยังพกพาได้ง่ายขึ้นไปอีก และรุ่นนี้ยังสามารถตัดเสียงรบกวนจากข้างๆได้อีกด้วย

อาการแพ้กุ้ง

อาการแพ้กุ้ง
โลกของเรามีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ วิทยาการต่างๆ ล้ำหน้าขึ้น เชื้อโรคต่างๆ ก็พัฒนาเช่นกัน ปัจจุบันพบผู้ป่วยที่มีอาการแพ้สิ่งต่างๆ เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็คืออาการแพ้อาหาร หากทานสิ่งนี้ แล้วจะเกิดอาการแพ้ตั้งแต่เบาไปถึงหนัก ซึ่งตอนนี้ก็ยิ่งพบคนที่มีอาการแพ้อาหารต่างๆ แปลกมามากขึ้นทุกวัน บางคนแพ้อาหารเกือบทุกประเภท ต้องเลือกทานอย่างรอบคอบ บางคนแพ้ปลาทะเล บางคนแพ้อาหารทะเล

อาการแพ้กุ้ง คือ หนึ่งในกลุ่มอาการแพ้อาหาร(food allergy) มีสาเหตุจากสารในอาหาร(Antigen) หรือสารที่เกิดขึ้นจากกระบวนการย่อยอาหาร(breakdown product) กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้สร้างภูมิคุ้มกัน(Antibody) ขึ้นมาต่อต้านหรือกำจัดสารนั้นออกจากร่างกายโดยเร็วทำให้ผลข้างเคียงคือจะพบอาการแพ้ปรากฏขึ้นมาก

ลักษณะอาการแพ้จะแสดงออกใน 3 ลักษณะคือ

1.แสดงออกมาผิวหนัง เช่น มีผื่นขึ้น
2.มีอาการที่ระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง
3.มีอาการที่ระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด บางรายมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ปัจจุบันนี้เราอาจเคยพบคนที่ไม่เคยมีอาการแพ้มาก่อน แต่พึ่งมาปรากฎอาการเมื่อตอนที่อายุเพิ่มมากขึ้น กรณีนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่า อาการแพ้ที่เกิดขึ้นนั้น น่าจะมาจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายบกพร่องอาจมีสาเหตุมาจากการทำงานหนัก กินอาหารไม่ถูกสัดส่วน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือหลายปัจจัยร่วมกัน