หูตึงเป็นโรคติดต่อหรือไม่?

ช่วงนี้โรคระบาดเยอะ หลายคนตื่นกลัวเป็นจำนวนมาก คำจำกัดความของโรคติดต่อนั้น สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางสารคัดหลั่ง หรือจากพันธุกรรมต่างๆ ซึ่งอาการปกติทางการได้ยินนั้น ไม่สามารถติดต่อได้ แต่เด็กบางคนมีความเสี่ยงที่จะหูหนวกได้ ถ้าในระหว่างตั้งครรภ์ เกิดติดเชื้อหัดเยอรมัน หรือในระหว่างนั้นมีการใช้ยาผิดประเภทจนไปทำลายระบบประสาทการได้ยิน ก็มีผลทำให้เด็กเกิดมาเป็นโรคหูหนวก หรือหูดับได้ 

การรักษาไม่สามารถทำให้หายขาดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถช่วยบรรเทาให้ผู้ป่วย สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น สะดวกมากขึ้น ซึ่งถึงแม้ว่าอาการหูตึง หูหนวก หรือหูดับ จะไม่ใช่โรคติดต่อ แต่สามารถเกิดได้กับทุกคน และทุกเพศทุกวัน ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอายุก่อนถึงจะเสี่ยงหูตึง ปัจจุบันวัยรุ่น วัยทำงาน ก็เป็นโรคนี้ได้ ถ้าไปอยู่ในที่เสี่ยง เช่นที่เสียงดังเกินกว่า 80 เดซิเบล ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ 

โดยตามปกติแล้ว คนที่ป่วยด้วยโรคนี้จะมีอาการผิดปกติมาตั้งแต่เกิด จะสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายกว่ากว่าคนที่เพิ่งมาเป็น เพราะความคุ้นเคยและปรับตัวได้ จึงไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับคนที่เพิ่งมาเป็นด้วยปัจจัยต่างๆ จะมีอาการเครียด และไม่สามารถใช้ชีวิตได้แบบราบรื่น อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกมาก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถดำเนินชีวิตได้เลย 

การดูแลตัวเองเมื่อรู้ว่ามีอาการผิดปกติทางการได้ยิน จะต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ได้ตรวจรักษาอย่างถูกวิธี และเราเองในฐานะที่เป็นผู้ป่วย จำเป็นอย่างมากที่จะต้องปฏิบัติตามที่แพทย์สั่ง เพราะจะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น  

และถึงแม้เราจะทราบดีว่าอาการหูตึงนั้นไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะติดโรคหัดเยอรมันจากแม่สู่ลูก ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่แม่ต้องฝากครรภ์และพบแพทย์อยู่เป็นประจำ ซึ่งในความเป็นจริงเมื่อแม่เป็นไข้หัดเยอรมัน จะไม่มีผลกระทบรุนแรงอะไรกับแม่มากนัก แต่ที่รับผลกระทบเต็มๆ คือทารกในครรภ์ เพราะมีความเสี่ยงที่เด็กจะผิดปกติในระหว่างนั้น ยิ่งถ้าอยู่ในระยะประมาณ 3 เดือนแรก เด็กอาจมีปัญหาทางการได้ยิน หัวใจพิการ หรือตาเป็นต้อได้เลย จึงบอกได้ว่าหัดเยอรมันนั้นเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์มากๆ 

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น จะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกัน วางแผนการตั้งครรภ์ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน การออกไปข้างนอกควรสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการรับเชื้อที่อยู่ในอากาศ เพราะเชื้อหัดเยอรมันนี้ สามารถแพร่กระจายได้ในอากาศ เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีระยะฝักเชื้ออยู่ที่ 7 วัน และเริ่มมีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยตามตัว และจบที่การออกผื่นตามตัว 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง