วิธีลดถุงใต้ตาบวม และทำให้สวยปิ้ง

เป็นอาการที่สาวๆทุกคนไม่ชอบเมื่อถุงใต้ตานั้นบวม และยังหมองคล้ำนั้นทำให้สาวๆหลายคนเครียด แล้วยิ่งไม่ดูแลปล่อยตัวให้ทรุดโทรมอีกด้วย

นั้นไม่ต้องบอกเลยว่า เครียดกับเครียดแน่นอนค่ะ เพราะยิ่งเราปล่อยเอาไว้ให้นานเข้านั้นนานวันจากแค่รอยบวมหมองคล้ำก็กลางเป็นคนแก่  ถ้าเราไม่อยากเป็นแบบนั้นเพียงแค่เรา  หาวัตถุดิบจากธรรมชาติ มาใช้กันไปดูสิว่ามีอะไรบ้าง 

มันฝรั่ง การที่เราเอามันฝรั่งมาปลอกเปลือกแล้วหั่นให้บางๆ แล้วนำมาประคบไว้ที่ตาประมาณ30นาทีแล้วล้างออกแค่นี้เองจะช่วยให้ถุงใต้ตาของเรามาบวมและหมองคล้ำอีกด้วย 

แตงกวา เรานำแตงกวาไปล้างแล้วปอกเปลือกแล้วมาหั่นให้บางๆแล้วเอามาวางบนตาประมาณ30 นาทีหรือว่าจะทำตอนนอนหรือตื่นนอนก็ได้เพราแตงกวาช่วยลดอากาบวมหรือช้ำ แถมให้ดวงตาของคุณนั้นสดใสอีก เพราะในแตงกวามีมอเจอร์ไรเซอร์อีกด้วย

กากชาที่ใช้แล้ว เพียงแค่นำกากชาที่ใช้แล้วมาห่อกับผ้าขาวบางทำเป็นลูกประคบ หลักจากนั้นใช้น้ำต้มสุขเอามาราดที่ลูกประคบแล้วบีบน้ำออก พอนั้นก็นำมาวางใต้ถุงตา ประมาณ30นาที เพราะในนั้นมีสารแทนนิน และและกาฟีอีน ช่วยลดอาการบวมใต้ถุงตา 

น้ำมันอัลมอลด์   ลองเอาน้ำมันอัลมอลด์มาทาบริเวณใต้รอบดวงตาทาทิ้งไว้ตลอดคืนแล้วตื่นเช้ามาค่อยล้างออกปกติเราจะมองเห็นความแตกต่าง เพราะน้ำมันอัลมอลด์จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ช่วยลดอาการบวมใต้ถุงตาได้อีกด้วย 

มะเขือเทศ เพียงเราเอามะเขือเทศมาล้างน้ำแล้วหั่นให้เป็นแว่น นำมาปิดตาประมาณ30นาทีเพียงแค่นี้ก็จะช่วยลออาการตาบวมและช้ำได้เพราะในมะเขือเทศนั้นมีวิตามินซี 

เห็นไหมค่ะแค่หยิบนำของจากธรรมชาติมาใช้แค่นี้ก็จะได้ช่วยลดการซื้อของแพงๆๆ แถมยังมีประโยชน์ ถ้าสาวๆไม่อยากให้ถุงใต้ตาบวมหรือคล้ำเพียงแค่นี้ก็ช่วยให้สาวๆของเราสวย เพียงแค่เราหันมาดูแลตัวเองลดอาการกินเค็ม และหันมานอนผักผ่อนให้ไวขึ้นแค่นี้เอง  แล้วคุณจะเห็นความแตกต่างและยังทำให้คุณมีดวงตาที่สดใส เราอยากให้สาวๆลองหันมาดูแลตัวเองแล้วทำตัวเองให้สวยกัน เพื่อความสวยงามที่ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

ไม่ต้องอาย !!! เมื่อไปตรวจมะเร็งปากมดลูก

ปัญหาของผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ไม่ยอมไปตรวจมะเร็งปากมดลูกก็คือความอาย (อายหมอ)และกลัวเจ็บ ยิ่งถ้าเป็นสาวที่ไม่เคยแต่งงานด้วยแล้วได้ไปเจอกับหมอที่เป็นผู้ชายบางคนถึงกับทิ้งคิวที่รอตรวจหนีกลับบ้านเลยก็มี 

เราจึงอยากให้คุณผู้หญิงทุกๆคนปรับทัศนคติความคิดเสียใหม่เลิกอาย คิดเสียว่ามันก็เหมือนกับการไปตรวจร่างกายแบบอื่นๆอีกอย่างคุณหมอที่ตรวจท่านไม่คิดอะไรมากหรอกเพราะท่านเห็นมาเยอะแล้ว  ยิ่งตรวจเจอโรคเร็วเท่าไร โอกาสรักษาหายก็มีมากเช่นกัน

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่เป็นพบมากสุดในผู้ หญิง เกิดขึ้นบริเวณปากมดลูกของผู้หญิงเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ตรวจเจอได้จากการตรวจภายในหรือตรวจคัดกรองเท่านั้น ซึ่งผู้หญิงปกติที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปต้องได้รับการเข้าตรวจ  แต่ในกรณีที่รู้ตัวเองว่าเป็นผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ก็คือ เป็นคนที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่เด็ก

เปลี่ยนแฟนหรือคู่นอนบ่อยๆนอนกับใครก็ไม่ป้องกัน มีตกขาวออกเยอะ มีเลือดออกที่ช่องคลอด พวกนี้ต้องเข้ารับการตรวจตั้งแต่อายุ 25 ปี ขึ้นไป  ซึ่งถ้าเราตรวจเจอในระยะแรกเริ่ม เราก็สามารถจะรักษาได้ทันท่วงที โอกาสที่จะหายจากโรคมะเร็งปากมดลูกมีสูง

ขั้นตอนการตรวจก็ไม่ได้ยุ่งยากและแทบไม่ต้องเตรียมตัวอะไร แค่ห้ามมาตรวจตอนเป็นประจำเดือนเท่านั้นเอง ตอนมาเจอคุณหมอก่อนตรวจก็ซักประวัติคนไข้ เช่น เป็นคนโสดรึว่าแต่งงานแล้ว ถ้าแต่งงานแล้วมีลูกรึยัง มีเพศสัมพันธ์แบบไหนยังไงบ้าง ที่ถามแบบนี้ก็เพื่อจะได้เตรียมเครื่องมือตรวจให้เหมาะสม ซักประวัติเสร็จคุณหมอก็จะให้เราไปเปลี่ยนใส่ผ้าถุง

ขึ้นนอนบนเตียง คุณหมอจะใช้เครื่องมือสอดเข้าที่ช่องคลอดไปเพื่อขยายให้เห็นปากมดลูก จากนั้นคุณหมอจะใส่เครื่องมือเข้าไปเก็บเซลล์ที่ปากมดลูก เพื่อส่งไปตรวจที่ห้องแล็บต่อไป ทุกขั้นตอนคุณผู้หญิงทั้งหลายไม่ต้องกลัวนะคะ

เพราะเวลาที่ทำการตรวจจะมีคุณพยาบาลที่เป็นผู้หญิงอยู่ในห้องตรวจกับเราตลอดเวลา ใช้เวลาน้อยมากไม่ถึง 10 นาทีก็เสร็จแล้ว ซึ่งคุณหมอจะนัดมาฟังหรือให้โทรมาสอบถามผลตรวจได้ในอีก 2 สัปดาห์ คุณหมอยังแนะนำว่าถึงผลตรวจจะออกมาว่าเราไม่ได้เป็นมะเร็งปากมดลูกแต่ก็อย่าได้นิ่งนอนใจควรมาตรวจอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 2 ปี

อ่านจบเข้าใจแล้วนะคะ ว่าการตรวจมะเร็งปากมดลูกนั้นไม่ได้น่ากลัวหรือมีขั้นตอนอะไรซับซ้อนเลย เพราะฉะนั้นคุณผู้หญิงทั้งหลายอย่ากังวลใจไปเลยคะ คนไหนที่ยังไม่เคยมาตรวจรีบหาเวลามากันนะ

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออมสิน

ติดเชื้อเอดส์ไม่ได้กลัวอย่างที่คิด

เอดส์  โรคร้ายที่หลายๆคนกลัว  เอดส์เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เอชไอวี  โรคที่ทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง  เป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  ฉันได้อบรมเรื่องของโรคเอดส์  ให้กับนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียน    แห่งหนึ่ง  การที่เป็นโรคเอดส์ 

เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เอชไอวี  ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง  ร่างกายอ่อนแอ  จนเสียชีวิตได้  เพราะโรคเอดส์ติดได้จากการได้รับเลือดโดยตรงกับผู้ที่ติดเชื้อ  การร่วมเพศได้รับน้ำอสุจิจากคนติดเชื้อ  รวมทั้งการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ 

อาการเริ่มแรกหากติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์  จะเป็นหนองไนเทียมก่อน  คั่นเนื้อ   คั่นตัว  เป็นไข้เป็นๆหายๆ นานร่วมสามเดือนต่อมน้ำเหลืองโต  เจ็บคอ  ปวดเมื่อยตามร่างกาย  ปวดหัว  ระยะอันตรายของเชื้อ  คือระยะที่สาม

หลังจากอธิบายเรื่องโรคเอดส์เสร็จแล้ว  ได้เปิดวีดีอาร์  เรื่องราวของผู้ที่ติดเชื้อที่เปิดเผยเพื่อเป็นวิทยาทานให้เป็นกรณีศึกษา  เค้าติดเชื้อตั้งแต่เด็กๆ  แต่ที่ยังมีชีวิตอยู่ผ่านมาได้ตั้ง  10  ปี  เนื่องจากต้องยอมรับว่าเราเป็นโรคเราติดเชื้อแล้ว 

และเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งปัจจุบันนี้มียาที่ช่วยยับยั้งโรคได้ดี  ตัวยาได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  สามารถควบคุมได้  สามารถทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ดี  ยืนยาว  ใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไปขอเพียงแค่มีวินัยในการกินยาอย่างสม่ำเสมอ  และป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อให้กับคนอื่น  ถึงแม้เรื่องราวของผู้ติดเชื้อ 

ได้รับเชื้อโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นสถานการณ์ที่ต้องเอาตัวรอดของคนในสังคม  ของเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีทางเลือกจากการเริ่มต้นโดยถูกล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่เด็กๆ  เมื่อชีวิตเข้าสู่วัยรุ่นไม่มีทางเลือกอื่น  เพื่อปากท้องของตัวเองเลยเลือกอาชีพขายบริการให้กับชายรักชายด้วยกันเอง 

มันเป็นทางเลือกที่เค้าคิดได้ตอนนั้น  เป็นอาชีพเสี่ยงกับการติดเชื้อ  และสุดท้ายติดเชื้อจริง ๆ จากการดูวีดีอาร์เสร็จ  ได้สอนนักเรียนให้รู้จักการป้องกัน  การดูแล  รักนวลสงวนตัวเองของวัยรุ่นผู้หญิง  รวมทั้งวัยรุ่นผู้ชายด้วย 

หากเลี่ยงไม่ได้ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์ต้องป้องกันด้วยการสวมถุงยางทุกครั้ง  และไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย  หลีกเลี่ยง  หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน  ส่วนการบริจาคเลือดหรือการให้เลือดปัจจุบันนี้มีการคัดกรองอย่างดี  ปัญหาการติดเชื้อจากการได้รับเลือดจึงมีโอกาสติดเชื้อน้อย  เหลือติดเชื้อหลักๆก็คือทางเพศสัมพันธ์  เป็นหลัก 

หากเราพบผู้ป่วยติดเชื้อ  เราก็ไม่ต้องกลัวเราสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้ป่วยได้ตามปกติเพราะการแพร่เชื้อไม่ได้แพร่จากการใช้สิ่งของร่วมกัน  

ทุกวันนี้ไม่ใช่โรคเอดส์เท่านั้นที่น่ากลัว  ยังมีอีกหลายโรคที่น่ากลัว  และเสียชีวิตเร็วกว่าคนที่ติดเชื้อ เอสไอวี ทุกวันเราต้องดูแลตัวเอง  ออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง รับประทานอาหารให้ครบ  ทำจิตใจให้สดชื่นแค่นี้ก็ห่างไกลจากหลาย ๆ โรคได้

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

การสำส่อนทางเพศ

 การสำส่อนทางเพศ คือการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ในเเต่ละวัน เเละในเเต่ละคืน ซึ่งการสำส่อนทางเพศ เป็นการสำส่อน ที่เรียกภาษาปากได้ว่า เอาอย่างไม่เลือก ซึ่งเป็นพฤติกรรมทางเพศอีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นในเชิง วันไนท์สเเตนเลยก็ว่าได้ เพราะการสำส่อนทางเพศ มีหลากหลาย

เเต่ที่เเน่ชัดที่สุดของการสำส่อนทางเพศ คือ การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆในหลายๆครั้ง บางคน1วันเปลี่ยนคู่นอนที หรือบางคน2-3วันเปลี่ยนคู่นอนทีนึง ซึ่งก็เข้าข่ายการสำส่อนทางเพศได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยง ที่สามารถได้รับเชื้อติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากที่สุด เพราะการเปลี่ยนคู่นอนหรือการสำส่อนในหลายๆครั้ง

เราอาจจะไม่ป้องกัน หรือป้องกันบ้าง ซึ่งบางทีการป้องกันของเเต่ละคนนั้น ก็เเตกต่างกันออกไป เเต่ถ้าไม่ป้องกันเลย เเล้วเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ก็อาจจะทำไห้ได้รับเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสที่มาจากการติดต่อจากเพศสัมพันธ์ก็ได้ เเละโรคที่อาจจะติดได้อย่างเเน่นอนที่สุดเลยคือโรคเอดส์ เพราะการสำส่อนทางเพศ เป็นการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่เลือกหน้า

เเละเปลี่ยนคู่นอนบ่อย เเละถ้าเกิดไม่มีการป้องกัน ก็อาจทำไห้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น โรคเอดส์ ก็เป็นอีกโรคหนึ่ง ที่นิยมเเละยอดฮิตเเละติดกันเป็นอันดับ1 ของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เพราะกลุ่มวัยรุ่น ชอบมีเพศสัมพันธ์เเบบไม่ป้องกัน เเละอยู่ในวัยอยากรู้อยากลอง เเละโรครองลงมา ก็อาจจะเป็นพวกโรคซิฟิลิส โรคหนองใน เเละโรคอื่นๆที่ตามมาจากการมีเพศสัมพันธ์ 

ซึ่งพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงเช่นนี้ ทำไห้เกิดโรคร้ายเเรงต่อตัวเองได้เเล้ว ยังทำไห้เป็นอันตรายต่อชีวิต เเละเกิดการสูญเสียเงินทองในการรักษาอีกด้วย เเละถ้าเป็นหนักๆหน่อย ก็อาจจะต้องมีการรักษาอีกหลายๆขั้นตอน เเละอาจจะกินยาตลอดชีวิต ซึ่งการมีเพศสัมพันธ์

โดยไม่ป้องกัน หรืออาจสำส่อนทางเพศเเต่ไม่ป้องกัน ก็จะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากเราไปมีอะไรกับคนที่มีเชื้อพวกนี้อยู่ โดยที่ไม่ป้องกัน เราอาจติดมาเเละเราก็สามารถไปเเพร่เชื้อไห้คนอื่นๆได้อีกมากมาย หากเรามีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ป้องกันเเละไม่เซฟตัวเอง เราก็จะเป็นทั้งผู้เเพร่เชื้อ เเละผู้รับเชื้อ 

ซึ่งการสำส่อนทางเพศในปัจจุบัน ก็มีไห้เห็นกันอยู่ในกลุ่มวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นสมัยนี้ไม่ชอบใช้ถุงยางอนามัย ไม่กล้าซื้อเพราะอาย เเต่ทางที่ดีที่สุดในการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ผูกมัด ควรจะใช้ถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ เเละการตืดโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์ เพราะถุงยางอนามัย ป้องกันได้ทุกๆโรค

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

รู้สึกว่ามีอาการป่วยโควิด 19 ทำอย่างไรดี ?

โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ 2019 เป็นที่เข้าใจแล้วว่า มีความน่ากลัวขนาดไหน หากพบเจอผู้ที่มีความเสี่ยง ให้หลีกเลี่ยงให้ไว้ และรีบเตือนรีบบอก แบบมีระยะห่างให้เขาไปตรวจ จะให้ดีการงดออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงที่แออัด และเว้นระยะห่างน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

หากรู้สึกว่ามีอาการป่วยโควิด 19 ควรทำอย่างไร ?
หากมีอาการของโรคที่เกิดขึ้นตาม 5 ข้อหลักๆ คือ ไม่สบายมีไข้ เจ็บคอ ไอแห้ง ๆ น้ำมูกไหล และหายใจเหนื่อยหอบ ให้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจทันที และบอกเล่าประวัติการเดิน ชีวิตที่พบเจอมา ให้กับแพทย์ฟังอย่างละเอียด พร้อมทั้งตอบคำถามตามความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบัง ไม่บิดเบือนใด ๆ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องมากที่สุด

ในกรณีเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศทั้งพื้นที่เสี่ยง หรือไม่ก็ตาม ให้อดทนกักตัวเองอยู่แต่ในบ้าน เว้นระยะห่างจากครอบครัว ไม่ออกไปข้างนอกเป็นเวลา 14-27 วัน เพื่อให้ผ่านช่วงเชื้อฟักตัว และทางที่ดี เมื่อกักตัวครบแล้ว ควรเข้ารับการตรวจ เพราะปัจจุบันเชื้อโควิดอาจไม่แสดงอาการ

หากได้สัมผัสพบเจอกับเหตุการณ์ที่คาดว่าเสี่ยง หรือสังเกตตนเองแล้ว พบว่ามีอาการคล้ายจะเป็นโควิด ควรทำอย่างไร
พึ่งกลับจากต่างประเทศที่เสี่ยงติดเชื้อมา และพบว่ามีอาการ สามารถขอตรวจโรคกับทางโรงพยาบาลได้ มีทั้งแบบฟรี และแบบมีค่าใช้จ่าย

เราจะสามารถตรวจเชื้อโควิด-19 ฟรี ได้หากผู้เข้าตรวจตรงตามเกณฑ์เหล่านี้
1. เพิ่งกลับจากการเดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง

2. มีอาการผิดปกติที่ระบบทางเดินหายใจ

3. มีไข้มากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส

4. มีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย ปอดอักเสบอย่างไม่ทราบสาเหตุ

5. มีประวัติใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ เช่น คนในครอบครัวเพิ่งกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

6. ทำอาชีพที่ต้องพบปะชาวต่างชาติจำนวนมาก เช่น คนขับแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ ลูกเรือสายการบิน เป็นต้น

 

ตำแหน่งของสิวบอกอะไร ?

สิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของเรานั้นล้วนมีสาเหตุอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ ฮอร์โมน และสิ่งต่าง ๆ และสิวที่ขึ้นในแต่ละตำแหน่งนั้นก็สามารถบอกได้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ซึ่งในบางตำแหน่งอาจเกิดขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้ร่างกายของเรารับรู้ได้ถึงโรคหรือความผิดปกติบางอย่างของร่างกายได้

หากมีสิวขึ้นที่บริเวณหน้าผากไม่ว่าจะเป็นด้านซ้ายหรือด้านขวา นั่นหมายถึงร่างกายของเรากำลังมีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับระบบของการย่อยอาหาร และระบบการขับถ่ายของเสีย ดังนั้นหากเริ่มมีสิวขึ้นที่บริเวณนี้ควรแก้ไขโดยการ รับประทานผัก และผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อให้ระบบการย่อยอาหาร และระบบการขับถ่ายทำงานได้อย่างดีขึ้น 

สิวบริเวณกลางหน้าผากหรืออยู่กึ่งกลางระหว่างหัวคิ้วทั้งสองข้าง แสดงว่าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับตับ อาจจะมาจากการรับประทานอาหารที่มีรสจัดมากเกินไป และรับประทานอาหารในช่วงหลัง 19.00 น. ขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ควรรับประทานอาหารแล้ว หากรับประทานอาหารในช่วงนี้ก็จะทำให้เกิดสิวในบริเวณดังกล่าวได้ เพราะส่งผลต่อระบบของการย่อยอาหารภายในกระเพาะอาหาร

สิวนั้นก็สามารถเกิดขึ้นที่หูได้เช่นกัน แต่หากคุณมีสิวขึ้นที่บริเวณข้างในหูหรือบริเวณใบหู นั่นอาจจะมาจากการที่คุณดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มากจนเกินไป ไตของคุณจึงทำงานหนักในการกรองของเสียออกมา จึงทำให้เกิดสิวขึ้นในบริเวณนี้ได้ และการใช้โทรศัพท์มือถือก็มีส่วนทำให้เกิดสิวบริเวณใบหูได้เช่นกัน หากมีการใช้โดยไม่รักษาความสะอาด

สิวที่ขึ้นบริเวณแก้มไม่ว่าจะข้างใดก็ตาม สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวในบริเวณนี้นั้นมาจากปัญหาในเรื่องของระบบทางเดินหายใจ โดยส่วนใหญ่แล้วในผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคภูมิแพ้มักจะมีสิวขึ้นในบริเวณนี้บ่อยครั้ง เพราะมักจะมีปัญหาในเรื่องของระบบการหายใจ หรือหากเรามีปัญหาภายในช่องปากก็อาจส่งผลทำให้เกิดสิวที่บริเวณแก้มได้เช่นกัน

สิวบริเวณรอบดวงตาทั้งสองข้าง โดยส่วนใหญ่มักพบมากกับคนที่ใส่แว่นเป็นประจำ บริเวณรอบดวงตาจึงเกิดสิวขึ้นได้ง่ายกว่าคนทั่วไป หรือหากเกิดในผู้ที่ไม่ได้ใส่แว่น นั่นอาจจะมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดสิวขึ้นในบริเวณนี้ขึ้นได้ ทั้งนี้คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ นอกจากจะมีสิวขึ้นที่แก้มทั้งสองข้างบ่อยครั้งแล้ว บริเวณรอบดวงตาเองก็มักจะเป็นด้วยเช่นกัน

สิวบริเวณจมูก และริมฝีปากด้านบน สิวที่บริเวณนี้มักจะขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนของผู้หญิง จึงเป็นสิ่งปกติที่จะเกิดสิวขึ้นที่บริเวณนี้ แต่โดยส่วนใหญ่ผู้คนทั่วไปมักจะไม่ค่อยชอบเพราะเป็นตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัด หากเป็นในผู้ชายนั้นอาจจะมาจากการที่ฮอร์โมนเพศทำงานผิดปกติ หรืออาจเกิดจากอาการของความดันโลหิตสูงก็เป็นได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

บุหรี่มีโทษรุนแรง ถ้าสูบใกล้คนอื่น ถือเป็นบุหรี่มือสอง

เรื่องนี้ก็มีกระแสถกเถียงกันมานานแล้วว่า เหล่าผู้ที่ได้รับควัน บุหรี่ไฟฟ้า จากผู้อื่น โดยที่ตัวเองนั้นไม่ได้สูบบุหรี่แต่อย่างใดนั้น จะมีโทษมากกว่าคนสูบจริงๆหรือ ซึ่งตัวผมเองก็สงสัยมานานแล้วเหมือนกันว่า มันจะอันตรายกว่าผู้สูบได้อย่างไรกัน

สุขภาพของผู้สูบคงพังลงอย่างรวดเร็วกว่าคนไม่สูบสิ ตามหลักแล้ว เอาจริงๆแล้วก็ไม่ได้เถียงเลยว่ามันจะไม่เกิดอันตรายกับคนที่สูดดมควันบุหรี่โดยตัวเองไม่ได้สูบ เพราะก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆสำหรับผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่แล้วอยู่ใกล้ผู้สูบ จนได้รับผลกระทบเป็นโรคร้ายแรงต่างๆ

ซึ่งเรื่องนี้สุดท้ายแล้วก็มีนายแพทย์ที่ออกมาพิสูจน์ให้รู้กันแล้วล่ะ

เรื่องของควันบุหรี่นั้นมีสารพิษที่มากมายเหลือเกิน แล้วสารพิษที่ทั้งเข้าร้างกายผู้สูบและสารพิษที่ลอยออกมาจากการหายใจออกและก็ควันจากหัวบุหรี่นั้น ต่างก็มีสารพิษที่พอๆกันเลย ไม่ได้ลดหย่อนลงไปแต่อย่างใด ดังนั้นแล้ว ก็จะจบประเด็นควันบุหรี่ มือหนึ่งมือสองมือสามได้แล้วล่ะ ว่า ในควันนั้นใครได้สูดก็ได้รับสารพิษเหมือนๆกัน แต่ว่าในการวิจัยนั้นกลับมีผลออกมา ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแง่คิดกันเลยทีเดีว

เพราะว่าผลนั้นบอกว่าว่า ควันที่เกิดจากปลายหัวบุหรี่นั้นที่ลอยออกมาเข้าไปยังปอดของคนรอบข้างเป็นควันที่มีความหนาแน่นของสารพิษมากกว่าเป็นสิบเท่าของคนที่สูบเข้าไปผ่านก้นกรองเสียอีก อ่า เอาแล้วไง นั้นก็พอเข้าใจได้นะ ว่าคนสูบสูบบุหรี่ผ่านก้นกรอก แต่คนที่ได้รับควันจากหัวบุหรี่นั้นคือคนรอบๆเรา แล้วนั้นก็เป็นสาเหตุของสารพิษที่มากกว่า

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ได้วิจัยต่อไปว่า ผู้ที่ได้รับสารพิษมือสองแล้วเกิดผลมากที่สุดนั่นก็คือพวกเด็กและสาวตั้งครรภ์นั่งเอง พวกเด็กก็คงเป็นที่รู้กันว่าภูมิต้านทานนั้นยังมีน้อย แถมระบบอะไรก็ทำงานได้อย่างรวดเร็วเต็มประสิทธิภาพ ถ้าเด็กได้รับสารเข้าไป นิโคตินจะวิ่งขึ้นสมองอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วิ แล้วมันจะไปทำลายการพัฒนาการของสมองเด็กโดยตรงเลย สำหรับพวกสาวตั้งครรภ์ สารพิษก็เป็นส่วนทำให้แท้งได้

หรือครรภ์เป็นพิษนั่นเอง และถ้าคลอดออกมาสำเร็จก็อาจเป็นเด็กที่มีพัฒนาการทางสมองช้าและพวกร่างกายก็อาจผิดปกติอีกด้วย ไม่ใช่ว่าบุคคลทั่วไปจะไม่ได้รับผลนะ ก็ได้รับผลที่มากกว่าคนสูบ สองถึงสามเท่านั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจหรือมะเร็ง แล้วก็โรคอื่นๆที่เคยทรบกันมาแล้ว

ดังนั้นแล้วใครคิดจะสูบบุหรี่ก็ควรคิดไตร่ตรองให้ดี และเลือกพื้นที่สูบให้ดี อย่าให้มันอยู่ใกล้คนอื่นไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ ถือเป็นความรับผิดชอบทางสังคม

มะเร็งค่อยมาช้าขึ้นเรี่อยๆ หนึ่งในข้อดีของการเลิกบุหรี่

มะเร็งคนนี้ที่เกิดมาขึ้นกับบุหรี่มาตลอดการ แม้สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ไม่สูบด้วยเหมือนกันก็ตาม เพราะว่ามะเร็งนั้นเป็นอะไรที่เหมือนเซลร้ายที่ไปเคาะหน้าบ้านทุกคนได้อย่างน่าตกใจทีเดียว ครอบครัวไหนที่ไม่มีใครเป็น นั้นก็เป็นอะไรที่โชคดีมากๆเลยนะ

เพราะว่าเมื่อมีคนที่เป็นมะเร็งในบ้านเมื่อไหร่ละก็ ต้องกลัวมากๆในการที่โรคนี้จะติดไปตามกรรมพันธุ์แล้วล่ะ ซึ่งมันถือเป็นความโหดร้ายที่สุดของโรคนี้เลยก็ว่าได้ ที่มันวิ่งไปตามกรรมพันธุ์ได้ด้วย ทำให้คนดีๆที่ไม่ควรเป็น กลับต้องมาเสี่ยงเป็นกับโรคร้ายนี้ได้ทุกคน อย่างว่าแหละนะ มันคือมหันตภัยร้ายของมนุษยชาติเลย และใครก็ไม่ได้อยากให้มันมาเกิดกับตัว แต่รู้ไหมที่ตลกคือ เจ้าบุหรี่ตัวร้ายเป็นอันดับแรกๆของโลกใบนี้ที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งแสนน่ารักเกียจนี้ได้

โรคมะเร็งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเซลล์ในร่างกายที่เปลี่ยนจะเซลล์ดีกลายเป็นเซลล์ร้าย ซึ่งต้องบอกเลยว่า เซลล์ที่มันจะเปลี่ยนแปลงไปได้ ก็เพราะว่าเกิดการสะสมของสารที่ไม่ดีกับร่างกายอยู่นานๆ แล้วบุหรี่นี่ก็เป็นการนำสารที่ทำให้เกิดเป็นเซลล์มะเร็งได้นับร้อยชนิดเข้ามาในร่างกายนั่นเอง แล้วเมื่อสะสมไปนานๆ ก็คงต้องบอกว่าโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

โดยที่ส่วนที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือปอดที่มีถุงลมมากมายที่กักเก็บสารเหล่านั้นไว้ในร่างกาย แล้วมันก็ถูกสัมผัสกับเซลล์โดยตรงที่ถุงลมต่างๆ แล้วก็ไม่อยากจะพูดให้เสียขวัญกัน แต่เจ้าถุงลมพวกนี้ที่กักเอาสารและเขม่าจากควัน  บุหรี่ไฟฟ้า  มาเก็บไว้นั้น มันไม่ได้มีทางออกนะ คือมันจะอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ แล้วก็เป็นเหตุที่ทำให้มะเร็งจะมีโอกาศเกิดขึ้นได้เสมอกับคนที่สูบบุหรี่อยู่หรือ เลิกบุหรี่ไปแล้ว แต่ก็อย่างที่บอก มันไม่ได้หายไปไหนถ้าเลิกบุหรี่ เพียงแต่มันจะไม่เพิ่มขึ้นมา แล้วก็เพิ่มโอกาศเสี่ยงเรื่อยๆ

แต่ทำไมถึงบอกว่ามะเร็งจะมาช้าลงๆได้ล่ะ ต้องบอกว่าสารต่างๆที่สะสมอยู่ในถุงลมนั้นไม่ใช่ว่ามันไม่อันตราย แต่ถ้าระยะเวลามันยังไม่ทำให้เป็น แล้วเราก็ไม่ได้สูบเพิ่มเข้าไป นั้นจะทำให้สารและเขม่าในถุงลมนั้นค่อยๆลดความอันตรายลงเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ใช่ไม่อันตรายนะ เพียงแต่มันลดลงได้บ้าง ซึ่งมีวิธีอะไรต่างๆมากมายที่บอกว่ามันจะช่วยให้มันลดลงจากปอด แต่มันก็เป็นการรักษาทางเลือกที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าช่วยได้จริงๆ

รีวิว Yamaha R6 ทำไมถึงแพงที่สุดในคลาส 600cc

ความละเอียดในการปรับระดับที่สูงมากๆ ก็สไตส์รถสปอร์ทสายเซอร์กิตแหละ โช๊คหลังวางตรงกลางนะครับวางแบบทิ้งดิ่งเลยเป็นคอยล์สปริงกึ่งน้ำมันนะครับ

ก็คือมีซับแท๊งค์อยู่ด้านหลังนะครับแล้วช่วงล่างผมก็ชอบนะวิ่งโซน กาญจนาถนนที่ต้องใช้คำว่าไม่เรียบแต่ก็ไม่ได้ว่าแบบอารมณ์อ๊อฟโล้ดนะครับ ตัวนี้ซับแรงกระแทกได้ดีจริงๆ ผมว่าสไตร์ R1 ในตัวก่อนปี 14 น่ะยังรู้สึกว่ามันกระด้างกว่านี้นิดนึงนะครับ ถนนต้องเรียบจริงๆถึงจะขี่มันนะครับ แต่ตอนนี้มันจะปรับให้ใช้กับท้องถนนได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแบบที่ผมบอกนะครับ

มันสามารถปรับได้หมดแต่ค่าดีฟอลด์ที่มาจากโรงงานหรือว่าทำได้ดีกับชีวิตประจำวันได้จริงๆคือถ้าเราใช้บนท้องถนนธรรมดาก็ไม่ตอบไปปรับมันแล้วล่ะ ตอนนี้โอเคแล้วแต่ถ้าจะให้วิ่งในสนามอาจจะต้องปรับช่วยมันนิดนึงนะครับ ระบบเบรคปั้มดาวเห็นตั้งแต่ R1 ช่วงประมาณปี 2000ละ

มันก็ยังเป็นปั๊มดาวแล้วก็ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปใช้เมมโบ้หรืออะไรนะครับ ส่วนหลังจะเป็นนิสชินพอร์ทเดียว จะเป็นพอร์ทเดียวนะครับหน้าเป็น 4 พอร์ทปกติวางแบบเรเดียลเมาท์นะครับระดับนี้มันต้องเรเดียลเมาท์อยู่แล้วล่ะ ในคลาส 600 ของค่ายอื่นเป็น Excel นะครับ

เพราะว่ายังเป็นสไตร์ของรถสปอร์ททัวริ่ง มาดูกันที่ดีไซน์นะครับอยากจะบอกว่าดีไซน์เป็นอะไรที่เจ็บมากๆ สวยมามากๆผมว่าส่วนตัวความคิดเห็นนะครับเต็ม 10 ผมให้ 10 เลยแล้วกันให้ 10 เลยแล้วกันนะครับยังไงสปอร์ทตัว 1000 ในค่ายอื่นนะครับ

ส่วนตัวแล้วก็มุมมองๆของผมเองนะครับรู้สึกว่ายังสวยสู้ตัวนี้ไม่ได้ R1 นี่ก็เป็นดีไซต์ที่คล้ายกันนะครับแต่ต้องใช้คำว่าไม่ว่าจะเป็นช่วงท้ายแต่ช่วงข้างหรือช่วงหน้ามันเจ็บจริงๆนะครับ โดยเฉพาะไฟหน้านะครับ บางคนทักว่าเป็นปลากระเบนมี Daylight เป็นแอลอีดีนะครับอยู่ด้านหน้า 2 เส้นแล้วก็แบ่งแยกชัดเจนนะครับสูงต่ำ ฝั่งนึงไฟสูงฝั่งนึงไฟต่ำนะครับ ไฟเลี้ยวเป็น LED ติดอยู่ที่กระจกนะครับ แต่บางคนถอดไฟเลี้ยวออกก็ทำไฟเลี้ยวหาย ซึ่งดีไซร์ไม่ต้องคุย ใช้คำว่าเจ็บจริงๆ นอกนั้นโดยรวมก็จะยังคงคล้ายกับรถสปอร์ตทั่วไปนะครับ

ไม่ต้องคุยแล้วล่ะเห็นแค่รูปก็รู้หรอกว่ามันสวยนะครับคำว่า R6 มันก็ขลังแล้วล่ะหรือว่าเป็นรถที่มาแรงในช่วงนี้ บางคนบอกว่าราคามันแรงไปนิดนึง แต่ก็อย่างที่ผมบอกนะครับกรณีรถใหม่ รถใหม่เนี่ยไม่ต้องคุยมันแบ่งแยกชัดเจนอยู่แล้วล่ะว่า R1 R6 หรือตัว 1000 กับตัวนี้นะครับต่างกัน 2-3แสนอยู่แล้ว ถ้างบถึงก็เล่น R1 ไปเลยจบ แต่ในโจทที่บางคนบอกรถมือสอง ในราคามือสอง 4 แสนกว่าบาทมันมีตัวเทียบเยอะนะครับ

เมื่อเทียบกับตัว 1000ปีลึกกว่านั้นนิดนึง อ๊อฟชั่นมันก็จะต่างกันเล็กๆน้อยๆแหละ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคลิปนี้มันอาจจะยาวไป เดี๋ยวผมแบ่งไปทำคลิปหน้านะฝากติดตามกันเดี๋ยวผมเอาให้ดูเลยดีกว่าว่าเมื่อเทียบกับตัวที่ใกล้เคียงที่สุดทำให้คนคิดมากที่สุดนะครับตัวนี้ Yamaha YZF R6 รถไม่กี่เดือนกับ Yamaha YZF R1 ที่ใช้คำว่าเป็นรถ ปี 14 ลงไปละกัน 4-5 ปีละ อ๊อฟชั่นคล้ายกันราคาเท่ากันเล่นตัวไหนดีแล้วก็ติดตามในคลิปหน้านะครับแต่คลิปนี้พามาดูคันนี้ก่อนเดี๋ยวมันจะยาวไปนี้น่าจะ 20 นาทีครึ่งชั่วโมงได้นะครับ

แต่อย่างที่ผมบอกนะครับในคนที่ไม่เคยลองเล่นอารมณ์อยากมันต้องการแรงดึงโหดๆ เพราะว่ามันน่ะมันอารมณ์แบบเขาเรียกว่าอะไรอ่ะ จะมาอย่างเดียว จะยกอย่างเดียวเล่นตัว 1000 ไปเลยถ้าไม่แคร์เรื่องงบนะครับ แต่ในกรณีที่อยากใช้คำว่ารถขับสนุกแล้วกันขับสนุกนะครับ ไม่รู้จะเปรียบเทียบให้ฟังไงต้องลองขี่เองถึงจะรู้ ส่วนตัวผมเองอย่างที่บอกนะครับ ขี่โชว์ตัว 1000 ผมเอาคันนี้มันสนุกแล้วมันตอบโจทย์การถนนเมืองไทยมากกว่านะครับ

แล้วแต่ความคิดคนชอบนะครับ ว่ามันไม่เหมือนกันมันไม่เหมือนจริงๆถ้าเปรียบเทียบจะให้เปรียบเทียบยังไงดีล่ะอารมณ์รถยนต์นะครับ ทำไมมีของ Honda เครื่อง 1,800 cc หรือว่า 1,600 หรือ 2,000 ทำไมมันแพงกว่าพวกอารมณ์รถเทอร์โบของค่ายอื่นนะครับทั้งที่ค่ายอื่นแรงม้าเยอะกว่าเขาเป็นร้อยตัว มันเป็นฟิลลิ่งที่ต่างกัน ไม่แรงหวือหวาแต่เป็นรถที่ขับสนุกทิ้งท้ายไว้เท่านี้กับ Yamaha YZF R6 นะครับโอเคคลิปนี้ยืดเยื้อไม่รู้จะดูตรงนี้แล้วกันนะครับ

แล้วถ้าใครดูจบแล้วก็บอกผมหน่อยอยากเช็คนิดนึงว่าทำคลิปยาวๆแล้วคนจะชอบดูกันหรือเปล่านะครับ วันนี้เรื่องราวโดยประมาณอยากทราบราคาคันนี้อยู่ที่หน้าเว็บไซต์ได้แต่บางทีเขาอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้วันนี้ยังอยู่พรุ่งนี้อาจจะไม่อยู่ก็ได้นะครับลูกค้าเข้าออกทุกวันแต่ก็อาจจะมีรถเข้ามาเรื่อยๆ ทำคลิปใหม่ลงเป็นประจำฝากติดตามกันด้วยนะวันนี้ผมขออนุญาตเท่านี้ก่อนวันหน้ามีเรื่องราวดีๆมาอัพเดทให้เรื่อยๆเหมือนเคยนะครับขอบคุณมากครับสวัสดีครับ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บิ๊กไบค์มือสอง

หูตึงเป็นโรคติดต่อหรือไม่?

ช่วงนี้โรคระบาดเยอะ หลายคนตื่นกลัวเป็นจำนวนมาก คำจำกัดความของโรคติดต่อนั้น สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางสารคัดหลั่ง หรือจากพันธุกรรมต่างๆ ซึ่งอาการปกติทางการได้ยินนั้น ไม่สามารถติดต่อได้ แต่เด็กบางคนมีความเสี่ยงที่จะหูหนวกได้ ถ้าในระหว่างตั้งครรภ์ เกิดติดเชื้อหัดเยอรมัน หรือในระหว่างนั้นมีการใช้ยาผิดประเภทจนไปทำลายระบบประสาทการได้ยิน ก็มีผลทำให้เด็กเกิดมาเป็นโรคหูหนวก หรือหูดับได้ 

การรักษาไม่สามารถทำให้หายขาดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถช่วยบรรเทาให้ผู้ป่วย สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น สะดวกมากขึ้น ซึ่งถึงแม้ว่าอาการหูตึง หูหนวก หรือหูดับ จะไม่ใช่โรคติดต่อ แต่สามารถเกิดได้กับทุกคน และทุกเพศทุกวัน ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอายุก่อนถึงจะเสี่ยงหูตึง ปัจจุบันวัยรุ่น วัยทำงาน ก็เป็นโรคนี้ได้ ถ้าไปอยู่ในที่เสี่ยง เช่นที่เสียงดังเกินกว่า 80 เดซิเบล ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ 

โดยตามปกติแล้ว คนที่ป่วยด้วยโรคนี้จะมีอาการผิดปกติมาตั้งแต่เกิด จะสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายกว่ากว่าคนที่เพิ่งมาเป็น เพราะความคุ้นเคยและปรับตัวได้ จึงไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับคนที่เพิ่งมาเป็นด้วยปัจจัยต่างๆ จะมีอาการเครียด และไม่สามารถใช้ชีวิตได้แบบราบรื่น อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกมาก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถดำเนินชีวิตได้เลย 

การดูแลตัวเองเมื่อรู้ว่ามีอาการผิดปกติทางการได้ยิน จะต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ได้ตรวจรักษาอย่างถูกวิธี และเราเองในฐานะที่เป็นผู้ป่วย จำเป็นอย่างมากที่จะต้องปฏิบัติตามที่แพทย์สั่ง เพราะจะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น  

และถึงแม้เราจะทราบดีว่าอาการหูตึงนั้นไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะติดโรคหัดเยอรมันจากแม่สู่ลูก ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่แม่ต้องฝากครรภ์และพบแพทย์อยู่เป็นประจำ ซึ่งในความเป็นจริงเมื่อแม่เป็นไข้หัดเยอรมัน จะไม่มีผลกระทบรุนแรงอะไรกับแม่มากนัก แต่ที่รับผลกระทบเต็มๆ คือทารกในครรภ์ เพราะมีความเสี่ยงที่เด็กจะผิดปกติในระหว่างนั้น ยิ่งถ้าอยู่ในระยะประมาณ 3 เดือนแรก เด็กอาจมีปัญหาทางการได้ยิน หัวใจพิการ หรือตาเป็นต้อได้เลย จึงบอกได้ว่าหัดเยอรมันนั้นเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์มากๆ 

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น จะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกัน วางแผนการตั้งครรภ์ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน การออกไปข้างนอกควรสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการรับเชื้อที่อยู่ในอากาศ เพราะเชื้อหัดเยอรมันนี้ สามารถแพร่กระจายได้ในอากาศ เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีระยะฝักเชื้ออยู่ที่ 7 วัน และเริ่มมีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยตามตัว และจบที่การออกผื่นตามตัว 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง